วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วันมาฆบูชา ประวัติวันมาฆบูชา วันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ พลบค่ำ เดือน ๓


เรียน ภาษาอังกฤษ กับวันสำคัญ วันมาฆบูชา



วันมาฆบูชา ประวัติวันมาฆบูชา วันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓


Magha Puja Day is one of the most important  


Buddhist celebrations which falls on the full moon day of the third 


lunar month  (about last week of February or early of March).


วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทิศพุทธศาลนา ตรงเข้ากับวันเพ็ญเดือน 3 (เดาสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคม) 


                             


This day marks the great four events  that took place during Lord Buddha's lifetime, namely;


วันนี้ หมายถึงวันที่จำถึงเหตุการณ์สำคัญแห่งเกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล กล่าวคือ



  1. 1250  Buddhist monks from different 


    places came to pay homage to Lord Buddha at Valuwan  Vihara in Rajgaha, 


    the capital of Magaha   State, each of his own  initiative and without 


    prior notification or appointment.


                                      ภิกษุจำนวน 


    1,250 รูปละที่นานากันเดินทางมาเองโดยมิหาได้นัดหมายแต่ประการใด 


    เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เวฬุวันวิหาร  ที่กรุงราชคฤห์ เมืองมคธ
    วันมาฆบูชา


                                   


  2. all  of them were the enlightened monks (or Arahantas)


                                        ภิกษุทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุกองค์


                                       



  3. all  of them had been individually ordained by Lord Buddha himself (Ehi Bhikkhu)


                                        ภิกษุเหล่านั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ  พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ทั้งสิ้


                                       


                                   


  4. They  assembled on the full moon day of the third lunar month.


                                      วันนั้นเป็นวันเพ็ญ เดือนมาฆะ                                  


                                     


                                   



On the evening of that day, Lord  


Buddha gave the assembly a discourse "Ovadha Patimokha" laying down  the


 principles of His Teachings summarised into three acts, i.e. to do 


good, to  abstain from bad action and to purify the mind.


ในตอนเย็นของวันวันมาฆบูชา


นั้น พระพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" 


อันเป็นหลักสอนสำคัญที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนา เป็นพระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง 


นั่นคือ ทำความดี, ละเว้นความชั่ว, และทำใจให้บริสุทธิ์


It was unclear as to when the Magha  


Puja Ceremony took place. However, in a guide book of ceremonies for the


 twelve months written by King Chulalongkorn  (Rama V), it is said that,


พิธีมาฆบูชานี้


ไม่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ในหนังสือพระราชพิธีเฉลิมฉลอง 12


 เดือน ที่พระราชนิพนธ์โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 


(รัชกาลที่ 5) กล่าวไว้ว่า




  "In


 the past, the Magha Puja  was never performed, the ceremony has just 


been practised during the reign of  King Mongkut (Rama IV)"


ในอดีต พิธีมาฆบูชานี้ไม่เคยกระทำกัน เพี่งมาประกอบพิธีกรรมในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)


Having realized the significance of  


this day, King Rama IV ordered the royal Magha Puja Ceremony tobe 


performed in  the Emerald Buddha Temple  in 1851 and to be continued 


forever. Later the ceremony was widely accepted and  performed 


throughout the kingdom.


พระบาทสมเด็จพระ


จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 


ทรงรับสั่งให้ประกอบพิธีมาฆบูชาขึ้นในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในปี 2394 


และกระทำสืบต่อๆกันมา แพร่หลายในราชอาณาจักรจนกระทั่งทุกวันนี้


The day is declared as a public holiday


 so  that people from all walks of life can go to the temple to make 


merit and  perform other religious activities in the morning and to take


 part in the  candlelit procession or "Wien Tien" in Thai in the 


evening.


วันนี่้ได้รับ


การประกาศเป็นวันหยุตนักขัตฤกษ์ เพื่อให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพ 


ไปวัดเพื่อทำบุญและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในตอนเช้า และ 


ร่วมเวียนเทียนในตอนค่ำ




At


 the same time, at this auspicious  time, His Majesty the King will 


preside over the religious rites to mark the  occasion at the Emerald 


Buddha Temple and will later lead hundreds of people in  a candlelit 


procession held within the temple's compound.


ในเวลาเดียวกัน 


เนื่องในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ 


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จไปประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาที่วัด


พระศรีรัุตนศาสดารม 


และทรงนำพสกนิกรเวียนเทียนร่วมเวียนเทียนภายในวัดนี้ด้วย


In fact, the candlelit procession  can 


be held at any time suitable to the public's convenience, either in the 


 morning or in the evening. However, in Bangkok  it will usually take 


place in the evening at about 8.00 p.m. and the procession  will be led 


by Buddhist monks.


ในความเป็นจริง


แล้ว การเวียนเทียนสามารถกระทำในช่วงเวลาใดก็ได้เพื่อความสะดวกของประชาชน 


ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็น อย่างไรก็ตาม ในกรุงเทพฯ 


มักนิยมกระทำาการเวียนในช่วงเย็น ประมาณ 20.00 น. และจะมีพระสงฆ์เป็นผู้นำ วันมาฆบูชา


In general, most Buddhists are not  


aware of the Significance of this day. As a result, a number of people 


taking  part in the ceremony may be less than on other days such as 


Visakha Puja or  Asanha Puja Days. Even so Magha Puja Day carries an 


equal meaning to all  Buddhists


โดยทั่วไปแล้ว 


พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ ไม่ค่อยรู้ถึงความสำคัญของวันนี้ ส่งผลให้ 


จำนวนผู้เข้าร่วมพิธีนี้อาจน้อยกว่าวันอื่นๆ เช่น วันวิสาขบูชา หรือ 


วันอาฬหบูชา แม้กระนั้น วันมาฆบูชาก้อยังมีความสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนอยู่ดี 









ความหมายวันมาฆบูชา


วันมาฆบูชา หมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน ๓ เนื่องในโอกาสคล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์


ความสำคัญวันมาฆบูชาวันมาฆบูชา เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ


 เดือน ๓ มีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน ๑,๒๕๐ รูป


 มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ 


โดยมิได้นัดหมายกันพระสงฆ์ ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์


ผู้ได้อภิญญา ๖และเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจากพระพุทธเจ้า 


ในวันนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น 


ซึ่งเป็นทั้งหลักการอุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติที่ นำไปใช้ได้ทุกสังคม 


มีเนื้อหา โดยสรุปคือให้ละความชั่วทุกชนิด ทำความดี 


ให้ถึงพร้อมและทำจิตใจให้ผ่องใส


ประวัติความเป็นมาวันมาฆบูชา


๑.


 ส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ ๙ 


เดือนขณะนั้นเมื่อเสร็จพุทธกิจแสดงธรรมที่ถ้ำสุกรขาตาแล้ว 


เสด็จมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน


 วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะหรือเดือน 


๓ในเวลาบ่ายพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า มาประชุม พร้อมกัน ณ 


ที่ประทับของพระพุทธเจ้า นับเป็นเหตุอัศจรรย์ ที่มีองค์ประกอบสำคัญ ๔ 


ประการ เรียกว่าว่า วันจาตุรงคสันนิบาต


คำว่า "จาตุรงคสันนิบาต" แยกศัพท์ได้ดังนี้ คือ


"จาตุร" แปลว่า ๔


"องค์" แปลว่า ส่วน


"สันนิบาต" แปลว่า ประชุม


ฉะนั้นจาตุรงคสันนิบาตจึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ ๔" กล่าวคือมีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ คือ


1. เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย


2. พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น


3. พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุก ๆองค์


4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ


มูลเหตุ


หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวัน


ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 


และได้ทรงประกาศพระศาสนาและส่งพระอรหันตสาวกออกไปจาริกเพื่อเผยแพร่พระพุทธ


ศาสนายังสถานที่ต่าง ๆ ล่วงแล้วได้ 9 เดือน 


ในวันที่ใกล้พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) 


พระอรหันต์ทั้งหลายเหล่านั้นต่างได้ระลึกว่า 


วันนี้เป็นวันสำคัญของศาสนาพราหมณ์ อันเป็นศาสนาของตนอยู่เดิม 


ก่อนที่จะหันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า 


และในลัทธิศาสนาเดิมนั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนมาฆะ 


เหล่าผู้ศรัทธาพราหมณลัทธินิยมนับถือกันว่าวันนี้เป็นวันศิวาราตรี 


โดยจะทำการบูชาพระศิวะด้วยการลอยบาปหรือล้างบาปด้วยน้ำ 


แต่มาบัดนี้ตนได้เลิกลัทธิเดิมหันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าแล้ว 


จึงควรเดินทางไปเข้าเฝ้าบูชาฟังพระสัทธรรมจากพระพุทธเจ้า 


พระอรหันต์เหล่านั้นซึ่งเคยปฏิบัติศิวาราตรีอยู่เดิม 


จึงพร้อมใจกันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมาย


มีผู้กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้พระสาวกทั้ง 1,250 


องค์มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย มาจากในวันเพ็ญเดือน 3 ตามคติพราหมณ์ 


เป็นวันพิธีศิวาราตรี 


พระสาวกเหล่านั้นซึ่งเคยนับถือศาสนาพราหมณ์มาก่อนจึงได้เปลี่ยนจากการรวมตัว


กันทำพิธีชำระบาปตามพิธีพราหมณ์ มารวมกันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแทน


โอวาทปาฏิโมกข์ หลัก


คำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา หรือคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ 


พระพุทธพจน์ ๓ คาถากึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป 


ผู้ไปประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุวนาราม ในวันเพ็ญเดือน ๓ 


ที่เราเรียกกันว่าวันมาฆบูชา (ถรรถกถากล่าวว่า 


พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์นี้ แก่ที่ประชุมสงฆ์ตลอดมา เป็นเวลา ๒๐ 


พรรษา ก่อนที่จะโปรดให้สวดปาฏิโมกข์อย่างปัจจุบันนี้แทนต่อมา), 


คาถาโอวาทปาฏิโมกข์ มีดังนี้ (โอวาทปาติโมกข์ ก็เขียน)


สพฺพปาปสฺส อกรณํกุสลสฺสูปสมฺปทา


สจิตฺตปริโยทปนํเอตํ พุทธาน สาสนํฯ


ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา


นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา


น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี


สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโตฯ


อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาติโมกฺเข จ สํวโร


มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ


อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธาน สาสนํฯ


แปล : การไม่ทำความชั่วทั้งปวง ๑ การบำเพ็ญแต่ความดี ๑ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ๑ นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขันติ คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง, พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่านิพพาน


 เป็นบรมธรรม, ผู้ทำร้ายคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต,ผู้เบียดเบียนคนอื่น 


ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะการไม่กล่าวร้าย ๑ การไม่ทำร้าย ๑ ความสำรวมในปาฏิโมกข์ ๑


 ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร ๑ ที่นั่งนอนอันสงัด ๑ ความเพียรในอธิจิต ๑


 นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่เข้าใจกันโดยทั่วไป และจำกันได้มาก 


ก็คือ ความในคาถาแรกที่ว่า ไม่ทำชั่ว ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส




สถานที่สำคัญเนื่องด้วยวันมาฆบูชา (พุทธสังเวชนียสถาน)


พระพุทธรูปยืนกลางมณฑลมหาสังฆสันนิบาต ในโบราณสถานวัดเวฬุวันมหาวิหาร 


เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร อินเดีย (เป็นพระพุทธรูปสร้างใหม่ 


ปัจจุบันเป็นสถานที่จาริกแสวงบุญสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก)เหตุการณ์สำคัญที่


เกิดในวันมาฆบูชา เกิดภายในบริเวณที่ตั้งของ "กลุ่มพุทธสถานโบราณวัดเวฬุวันมหาวิหาร"


 ภายในอาณาบริเวณของวัดเวฬุวันมหาวิหาร 


ซึ่งลานจาตุรงคสันนิบาตอันเป็นจุดที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชานั้น 


ยังคงเป็นที่ถกเถียงและหาข้อสรุปทางโบราณคดีไม่ได้มาจนถึงปัจจุบัน


วัดเวฬุวันมหาวิหาร


"วัดเวฬุวันมหาวิหาร" เป็นอาราม


 (วัด) แห่งแรกในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาเวภารบรรพต 


บนริมฝั่งแม่น้ำสรัสวดีซึ่งมีตโปธาราม (บ่อน้ำร้อนโบราณ) 


คั่นอยู่ระหว่างกลาง นอกเขตกำแพงเมืองเก่าราชคฤห์ 


(อดีตเมืองหลวงของแคว้นมคธ) รัฐพิหาร ประเทศอินเดียในปัจจุบัน (หรือ 


แคว้นมคธ ชมพูทวีป ในสมัยพุทธกาล)


วัดเวฬุวันในสมัยพุทธกาล


เดิม


วัดเวฬุวันเป็นพระราชอุทยานสำหรับเสด็จพระพาสของพระเจ้าพิมพิสาร 


เป็นสวนป่าไผ่ร่มรื่นมีรั้วรอบและกำแพงเข้าออก 


เวฬุวันมีอีกชื่อหนึ่งปรากฏในพระสูตรว่า 


"พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน"หรือ "เวฬุวันกลันทกนิวาป" 


(สวนป่าไผ่สถานที่สำหรับให้เหยื่อแก่กระแต) 


พระเจ้าพิมพิสารได้ถวายพระราชอุทยานแห่งนี้เป็นวัดในพระพุทธศาสนาหลังจากได้


สดับพระธรรมเทศนาอนุปุพพิกถาและจตุราริยสัจจ์ ณ พระราชอุทยานลัฏฐิวัน 


(พระราชอุทยานสวนตาลหนุ่ม) โดยในครั้งนั้นพระองค์ได้บรรลุพระโสดาบัน 


เป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา และหลังจากการถวายกลันทกนิวาปสถานไม่นาน 


อารามแห่งนี้ก็ได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับพระสงฆ์ประชุมจาตุรงคสันนิบาตครั้ง


ใหญ่ในพระพุทธศาสนา อันเป็นเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชา


วัดเวฬุวันหลังการปรินิพพานหลังพระพุทธเจ้าเสด็จ


ปรินิพพาน วัดเวฬุวันได้รับการดูแลมาตลอด 


โดยเฉพาะมูลคันธกุฎีที่มีพระสงฆ์เฝ้าดูแลทำการปัดกวาดเช็ดถูปูลาดอาสนะและ


ปฏิบัติต่อสถานที่ ๆ พระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ทุก ๆ แห่ง 


เหมือนสมัยที่พระพุทธองค์ทรงพระชนมชีพอยู่มิได้ขาด 


โดยมีการปฏิบัติเช่นนี้ติดต่อกันกว่าพันปี


แต่จากเหตุการณ์ย้ายเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธหลายครั้งในช่วง พ.ศ. 70 


ที่เริ่มจากอำมาตย์และราษฎรพร้อมใจกันถอดกษัตริย์นาคทัสสก์แห่งราชวงศ์ของ


พระเจ้าพิมพิสารออกจากพระราชบัลลังก์ 


และยกสุสูนาคอำมาตย์ซึ่งมีเชื้อสายเจ้าลิจฉวีในกรุงเวสาลีแห่งแคว้นวัชชี


เก่า ให้เป็นกษัตริย์ตั้งราชวงศ์ใหม่แล้ว 


พระเจ้าสุสูนาคจึงได้ทำการย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธไปยังเมืองเวสาลีอันเป็น


เมืองเดิมของตน และกษัตริย์พระองค์ต่อมาคือพระเจ้ากาลาโศกราช 


ผู้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสุสูนาค ได้ย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธอีก 


จากเมืองเวสาลีไปยังเมืองปาตลีบุตร 


ทำให้เมืองราชคฤห์ถูกลดความสำคัญลงและถูกทิ้งร้าง 


ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้วัดเวฬุวันขาดผู้อุปถัมภ์และถูกทิ้งร้างอย่าง


สิ้นเชิงในช่วงพันปีถัดมา


โดยปรากฏหลักฐานบันทึกของหลวงจีนฟาเหียน (Fa-hsien) 


ที่ได้เข้ามาสืบศาสนาในพุทธภูมิในช่วงปี พ.ศ. 942 - 947 


ในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าจันทรคุปต์ที่ ๒ (พระเจ้าวิกรมาทิตย์) 


แห่งราชวงศ์คุปตะ ซึ่งท่านได้บันทึกไว้ว่า 


เมืองราชคฤห์อยู่ในสภาพปรักหักพัง 


แต่ยังทันได้เห็นมูลคันธกุฎีวัดเวฬุวันปรากฏอยู่ 


และยังคงมีพระภิกษุหลายรูปช่วยกันดูแลรักษาปัดกวาดอยู่เป็นประจำ 


แต่ไม่ปรากฏว่ามีการบันทึกถึงสถานที่เกิดเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตแต่ประการ


ใด


แต่หลังจากนั้นประมาณ 200 ปี วัดเวฬุวันก็ถูกทิ้งร้างไป 


ตามบันทึกของพระถังซำจั๋ง (Chinese traveler Hiuen-Tsang) 


ซึ่งได้จาริกมาเมืองราชคฤห์ราวปี พ.ศ. 1300 ซึ่งท่านบันทึกไว้แต่เพียงว่า 


ท่านได้เห็นแต่เพียงซากมูลคันธกุฎีซึ่งมีกำแพงและอิฐล้อมรอบอยู่เท่านั้น 


(ในสมัยนั้นเมืองราชคฤห์โรยราถึงที่สุดแล้ว 


พระถังซำจั๋งได้แต่เพียงจดตำแหน่งที่ตั้งทิศทางระยะทางของสถูปและโบราณสถาน


เก่าแก่อื่น ๆ ในเมืองราชคฤห์ไว้มาก 


ทำให้เป็นประโยชน์แก่นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีในการค้นหาโบราณสถาน


ต่าง ๆ ในเมืองราชคฤห์ในปัจจุบัน)




จุดแสวงบุญและสภาพของวัดเวฬุวันในปัจจุบัน


ปัจจุบัน


หลังถูกทอดทิ้งเป็นเวลากว่าพันปี 


และได้รับการบูรณะโดยกองโบราณคดีอินเดียในช่วงที่อินเดียยังเป็นอาณานิคมของ


อังกฤษ วัดเวฬุวัน ยังคงมีเนินดินโบราณสถานที่ยังไม่ได้ขุดค้นอีกมาก 


สถานที่สำคัญ ๆ ที่พุทธศาสนิกชนในปัจจุบันนิยมไปนมัสการคือ 


"พระมูลคันธกุฎี" ที่ปัจจุบันยังไม่ได้ทำการขุดค้น 


เนื่องจากมีกุโบร์ของชาวมุสลิมสร้างทับไว้ข้างบนเนินดิน, "สระกลันทกนิวาป" 


ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลอินเดียได้ทำการบูรณะใหม่อย่างสวยงาม, และ 


"ลานจาตุรงคสันนิบาต" อันเป็นลานเล็ก ๆ 


มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่กลางซุ้ม 


ลานนี้เป็นจุดสำคัญที่ชาวพุทธนิยมมาทำการเวียนเทียนสักการะ 


(ลานนี้เป็นลานที่กองโบราณคดีอินเดียสันนิษฐานว่าพระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาท


ปาฏิโมกข์ในจุดนี้)




จุดที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชา (ลานจาตุรงคสันนิบาต)


ถึง


แม้ว่าเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตจะเป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งที่เกิดในบริเวณวัด


เวฬุวันมหาวิหาร 


แต่ทว่าไม่ปรากฏรายละเอียดในบันทึกของสมณทูตชาวจีนและในพระไตรปิฎกแต่อย่าง


ใดว่าเหตุการณ์ใหญ่นี้เกิดขึ้น ณ จุดใดของวัดเวฬุวัน 


รวมทั้งจากการขุดค้นทางโบราณคดีก็ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการทำเครื่องหมาย 


(เสาหิน) หรือสถูประบุสถานที่ประชุมจาตุรงคสันนิบาตไว้แต่อย่างใด 


(ตามปกติแล้วบริเวณที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนา 


มักจะพบสถูปโบราณหรือเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างหรือปักไว้เพื่อเป็น


เครื่องหมายสำคัญสำหรับผู้แสวงบุญ) 


ทำให้ในปัจจุบันไม่สามารถทราบโดยแน่ชัดว่าเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตเกิดขึ้น


ในจุดใดของวัด


ในปัจจุบันกองโบราณคดีอินเดียได้แต่เพียงสันนิษฐานว่า 


"เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในบริเวณลานด้านทิศตะวันตกของสระกลันทกนิวาป" 


(โดยสันนิษฐานเอาจากเอกสารหลักฐานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีพระสงฆ์ประชุมกัน


มากถึงสองพันกว่ารูป 


และเกิดในช่วงที่พระพุทธองค์พึ่งได้ทรงรับถวายอารามแห่งนี้ 


การประชุมครั้งนั้นคงยังต้องนั่งประชุมกันตามลานในป่าไผ่ 


เนื่องจากเสนาสนะหรือโรงธรรมสภาขนาดใหญ่ยังคงไม่ได้สร้างขึ้น 


และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันลานด้านทิศตะวันตกของสระกลันทกนิวาป 


เป็นลานกว้างลานเดียวในบริเวณวัดที่ไม่มีโบราณสถานอื่นตั้งอยู่) 


โดยได้นำพระพุทธรูปยืนปางประทานพรไปประดิษฐานไว้บริเวณซุ้มเล็ก ๆ กลางลาน 


และเรียกว่า "ลานจาตุรงคสันนิบาต" 


ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าลานจาตุรงคสันนิบาตที่แท้จริงอยู่


ในจุดใด 


และยังคงมีชาวพุทธบางกลุ่มสร้างซุ้มพระพุทธรูปไว้ในบริเวณอื่นของวัดโดย


เชื่อว่าจุดที่ตนสร้างนั้นเป็นลานจาตุรงคสันนิบาตที่แท้จริง 


แต่พุทธศาสนิกชนชาวไทยส่วนใหญ่ก็เชื่อตามข้อสันนิษฐานของกองโบราณคดีอินเดีย


ดังกล่าว 


โดยนิยมนับถือกันว่าซุ้มพระพุทธรูปกลางลานนี้เป็นจุดสักการะของชาวไทยผู้มา


แสวงบุญจุดสำคัญ 1 ใน 2 แห่งของเมืองราชคฤห์ 


(อีกจุดหนึ่งคือพระมูลคันธกุฎีบนยอดเขาคิชกูฏ)


 กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา


 การปฎิบัติตนสำหรับพุทธศาสนาในวันนี้ก็คือ การทำบุญ ตักบาตรในตอนเช้า 


หรือไม่ก็จัดหาอาหารคาวหวานไปทำบุญฟังเทศน์ที่วัด 


ตอนบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา ในตอนกลางคืน จะพากันนำดอกไม้ ธูปเทียน 


ไปที่วัดเพื่อชุมนุมกันทำพิธีเวียนเทียน รอบพระอุโบสถ 


พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์โดยเจ้าอาวาสจะนำว่า นะโม ๓ จบ จากนั้นกล่าวคำ ถวาย 


ดอกไม้ธูปเทียน ทุกคนว่าตาม จบแล้วเดิน เวียนขวา ตลอดเวลาให้ระลึกถึง 


พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จนครบ ๓ รอบ แล้วนำดอกไม้ 


ธูปเทียนไปปักบูชาตามที่ทางวัด เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จพิธี


ขอบคุณข้อมูลจาก : dhammathai.org,วิกิพีเดีย


...เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ วันมาฆบูชา ...


- เดินสายไหว้พระ 9 วัด ในวันมาฆบูชา


- วันมาฆบูชา


- ความสำคัญวันมาฆบูชา





ผู้สนับสนุนหลัก:  แหล่งรวมผลิตภัณฑ์ ดูแล "ผิวขาว" เปล่งประกายออร่า : www.chivabeauty.com
สปาผิวขาว คอร์สผิวขาว คอร์สเจ้าสาว ดูแลผิวเองได้แล้วที่บ้าน 
ครีมหน้าใส ผิวขาว สำหรับเตรียมพร้อมผิวก่อนเป็นดารา นักร้อง นักแสดง  www.chivabeauty.com 

ติดตามอัพเดตผลิตภัณฑ์สำหรับผิวสวยของคุณได้ ตลอด 24 hr ผ่านทาง facebook fanpage 
facebook : http://www.facebook.com/chivabeautyshop 

"ครีมหน้าใส" อื่นๆ :ครีมนมข้าวครีมน้ำนมข้าวครีมกันแดดซิลิโคนครีมหน้าใสเซรั่ม ขาว ใส ยกกระชับครีมตัวขาวครีม เซรั่ม ใต้ตาเจล หน้าใส ยกกระชับ ปรับผิวขาวสบู่หน้าใสครีม เซรั่ม เจล ลดสิวบรรจุภัณฑ์สติกเกอร์ โลโก้ ครีมหน้าใสผิวขาว , ครีมหน้าขาว , ครีมนมผึ้งครีมน้ำนมผึ้งครีมสาหร่าย



กด Link(ถูกใจ) หน้า page ครีมสาหร่าย สีเข้ม สอบถามอัพเดตข่าวสาร ได้ที่ หน้า page นี้เลยนะค่ะ





พริตตี้ มอเตอร์โชว์ 2012 ----> ผู้สนับสนุนครีมสาหร่าย ครีมหน้าใส



ติดตาม ดูทีวีออนไลน์  ได้ 24 hr กับ  http://tv.sanook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

หวย เด็ดสุด งวดนี้ 10 อันดับสถานเขตร้องขอเลขเด็ดสำหรับเสี่ยงโชค



หวยนไทยกว่า 90%
แตะเคยมีความจัดเจนเสี่ยงโชคซื้อเลขเด็ดไม่ว่าจะเป็นหวย
หรือสลากกินแบ่งรัฐาลกันอย่างแน่นอน กว่ากึ่งหนึ่งหนึ่งของคนวัยเกิน 15 ปี
มีพฤติกรรมการซื้อหวยเป็นประจำ....
ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการเสาะแสวงหาเลขเด็ดแตกต่างกันไป บางคนชอบ ทำนายฝันกลาย
เป็นตัวเลขนำโชค บางคนเชื่อเรื่องโชคชะตา การบนบานศาลกล่าว
บ้างก็นิยมออกเดินทางตามหาเลขเด็ดเองจากแหล่งขอเลขเด็ดยอดฮิตทั่วประเทศตั้ง
แต่หนือจดใต้ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าพ่อ ศาลเจ้าแม่ สารพัดสิ่งประหลาด
รวมไปถึงพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง หวย งั้นเราลองมาดูกันดีกว่าว่า 10
อันดับสถานหนฮอตฮิตแถวคนไทยนิยมไปขอเลขเด็ดฉิบหายที่สุด อยู่ที่ใดกันบ้าง (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านกันด้วยนะคะ)


1. ศาลเจ้าพ่อยี่กอฮง

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนดาดคคนางค์ของสถานีตำรวจพลับพลาไชยเป็นที่ตั้ง
ของศาลเจ้าพ่อยี่กอฮงผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าพ่อยี่กองฮงมีสมญานามเดิมว่านายเตี่ยง
แซ่แต้่ (แซ่แต้เป็นต้นตระกูลเตชะวณิชย์
ที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติไว้มากมาย)


ศาลเจ้าพ่อยี่กอฮง



สมัยรัชกาลที่ 6 ท่านเป็นนายอากรบ่อนเบี้ยที่ริเริ่มให้มีหวย กข
ในย่านสามยอด พลับพลาไชย และเยาวราชเป็นคนแรก
ก่อนเสียชีวิตท่านได้บริจาคที่ดินจำนวนมากให้แก่ข้าราชการ
รวมถึงที่ดินผืนนี้
ผู้ที่เคารพศรัทธาจึงสร้างศาลเจ้าไว้สักการะและระลึกถึงท่าน

สาเหตุที่ทำให้บรรดาคอหวยทั้งหลายนิยมมาขอหวยที่นี่ส่วนหนึ่งมา
เพราะในในสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่
ท่านเป็นเจ้าของโรงหวยและมีส่วนสำคัญในการริเริ่มให้เล่นหวยขึ้นในประเทศ
ที่สำคัญ. . . ส่วนหนึ่งที่คนตัดสินใจมาขอหวยที่นี่
เพราะตัวท่านเจ้าพ่อเองก็นิยมชื่นชอบพออกพอใจการเล่นหวยมากๆ หวย

* ก่อนหวยออกหนึ่งวัน
จะมีผู้มาขอหวยกันเยอะที่สุด ถ้าบนบนศาลกล่าวและถูกหวย
นิยมแก้บนด้วยการนำข้าวขาหมู โอยั๊ว น้ำชาดอกดาวเรือง และซิก้ามาถวาย


ท่านผู้ต้องการขอหวยหรือเลขเด็ดจากเจ้าพ่อยี่กอฮง ขอจงประนมมือทำใจให้เป็นสมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมว สะมิชฉะตุ สัพพะลาโภ ชะโย นิจจัง สัพพะลาโภ ภะวะตุ เม"



2. ต้นโพธิ์ ริมถนนใหญ่รามอินทรา

ตรงหลัก กม. 13 ต้นโพธิ์ต้นนี้อยู่ในเขตโรงงานแห่งหนึ่ง แต่กิ่ง
 ก้าน พร้อมด้วยใบคลี่กว้างใหญ่ออกมาด้านนอก
ให้เนื้อความสงบร่มเย็นเป็นที่พักพึ่งพาอาศัยของสรรพสัตว์น้อยใหญ่
นั่นไม่เป็นอุปสรรคต่อการขอหวยของนักเสี่ยงโชคแต่อย่างใด


ต้นโพธิ์ ริมถนนใหญ่รามอินทรา





เหตุน่ามหัศจรรย์. . . ใกล้วันหวยออก
จะมีผู้คนจำนวนมากไปยืนรอนั่งรอให้ใบโพธิ์หล่นลงมา เพื่อนำไปตีเป็นตัวเลข
บางคนก็จุดธูปไหว้ 
หวย ขอเทพเทวดาอารักษ์ที่สิงสถิตอยู่ในต้นโพธิ์ดลบันดาลให้คืนนี้ฝันเห็นเลขเด็ด
 จะได้ถูกหวยร่ำรวยมีเงินมีทองได้สร้างกุศล บำเพ็ญบุญอย่างยิ่งใหญ่ซะที

* สิ่งที่นิยมนำมาแก้บนส่วนใหญ่เป็นน้ำอัดลม หมาก พลู และผ้าสามสี

ท่านผู้ต้องการขอหวยจากต้นโพธิ์ใหญ่ ขอจงประนมมือทำใจให้เป็น สมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"ยะถา เว มะหารุกโข สัพพะทา สัพพะสัตตานัง อะวัสสะโย โหติ
เอวะเมวะ มะหาเทโว สัพพทา สัพพะ สัตตานัง นาโถ โหติ อิมินา สัจจะวัชเชนะ
มะหาลาโภ ภะวะตุ เม"


3. ศาลแม่นาคราชพระโขนง วัดมหาบุศย์

เรื่องดังของ นางนาค ในพระโขนง
มีการบอกเล่าขานกันมานานแล้วและเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า นางนาคมีตัวตนจริงๆ คงเป็นเรื่องเล่าของคนโบราณ
ที่เคยถูกผีนางนาคหลอกกันต่อๆมา
ความกอบด้วยชื่อเสียงของแม่นาคจัดหามาทำให้วัดมหาบุศย์ ริมคลองประเวศบุรีรัมย์
แขวงพระโขนง เขตพระโขนง กทม. พลอยเป็นที่รู้จักของคนทั้งหลายด้วย
ในฐานะเป็นวัดที่ฝังศพแม่นาค วัดมหาบุศย์นี้ พระศรีสมโภชน์ (พระศรีสมโพธิ)
เจ้าคณะวัดสุวรรณฯ เป็นผู้สร้าง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๒
ในขณะที่ท่านยังเป็นพระมหาบุศย์

ศาลแม่นาคพระโขนง





วัดมหาบุศย์หรือว่าที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดแม่นาคพระโขนง
เป็นลำดับต้นๆของแหล่งขอหวย เหตุผลส่วนหนึ่งที่คนนิยมมาขอหวย
มาจากชื่อเสียงของแม่นาคพระโขนงที่โด่งดังมานานนับ 100 ปี
และบรรยากาศวัดที่ดูขลัง ดั่งมีมนต์สะกดรายล้อมไปด้วยสิ่งลี้ลับ
ยากจะบรรยาย
แม่นาคพระโขนงได้ดึงดูดนักเสี่ยงโชคจากเที่ยวทุกสารทิศให้มาแสวงหาตัวเลขใน
ทุกงวดอย่างไม่ขาดระยะมาเป็นเวลานานแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะได้เลขเด็ดกลับไป

* สิ่งของที่นำมาแก้บนแม่นาคพระโขนงส่วนใหญ่มักจะเป็นชุดเด็ก ชุดไทยพวงมาลัยสามสียาวสามศอก ขนมหวน และผลไม้จำพวกกล้วย มะพร้าว เป็นต้น

พระองค์ผู้ต้องการขอหวยเดินทางแม่นาคพระโขนง ขอจงประนมมือประพฤติใจให้เป็น สมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"สาธุ ปุตตาทะระมาตุปุญญานุภาเวนะสัพพะ ทุกขัง วินัสสะตุ สัพพะลาโภ ภะวะตุ เมทานิ"



4. ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง

เชื่อกันมานมนานว่า
ต้นไม้ใหญ่อย่างต้นตะเคียนทองจะต้องมีเทวดาอารักษ์หรือเจ้าแม่ตะเคียนทองสิง
สถิตอยู่ สำคัญเหนืออื่นใด
ต้นไม้เช่นนี้จะต้องมีความศักดิ์สิทธิ์...มีเดชมีฤทธิ์
สามารถบันดาลโชคลาภให้สมดังปรารถนาได้์


ศาลเจ้าแม่ตะเคียน

ผู้คนจำนวนมากที่ศรัทธาและให้ความเคารพจึงนิยมเดินทางไปอธิษฐานบนบานขอ
โชคลาภกันเป็นประจำ หมวดที่เคยเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ
ซึ่งในประเทศไทยนั้นมีศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองอยู่หลายแห่งที่นักเสี่ยงโชคนิยม
เดินทางไปขอหวยกันประจำ เช่น เสาตะเคียนทองวัดสูง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี,
วัดบึงแก้ว อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ที่มีต้นตะเคียนเก่าแก่อายุ 100 ปี
หรือที่วัดสวนมะม่วง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เป็นต้น

*
ผู้เสี่ยงโชคนิยมเอาแป้งมาโรยแล้วเอามือลูบๆคลำๆเพื่อให้เห็นเลข
บางคนก็เขย่าเซียมซีและเอาเลขที่ได้จากไม้เซียมซีนั้นมาตีเป็นเลข
ส่วนสิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนจะเป็นผ้าสามสี น้ำอบ ชุดไทย
หรือบางคนอาจแก้บนด้วยการจ้างนางรำมารำถวาย


ท่านผู้ต้องการขอหวยจากเจ้าแม่ตะเคียนทอง ขอจงประนมมือทำใจให้เป็น สมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"ตุยหเมวะ ปุญญะเตเชนะ สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ สัพพะลาโภ ภะวะตุ เม"

5. ต้นโพธิ์ โค้งศาลอาญา รัชดาฯ

สถานที่นี้ได้ชื่อว่าเป็นโค้งร้อยศพที่อันตราย เฮี้ยน
และมีความศักดิ์สิทธิ์ของต้นโพธิ์ปาฏิหาริย์
เป็นเหตุเป็นผลให้นักเสี่ยงโชคและผู้คนในบริเวณใกล้เคียงนิยมมาขอหวยเป็น
ประจำ


ต้นโพธิ์ โค้งศาลอาญา รัชดา





ต้นโพธิ์ต้นนี้ขึ้นอยู่บนเกาะกลางถนน
บริเวณสะพานลอยหน้าศาลอาญา รัชดาฯ มานานนับ 10 ปี
สรรพสัตว์มากมายได้อาศัยร่มเงาเป็นสุขส่วนตัวกันถ้วนหน้า
เพราะต้นโพธิ์มหาโชคขึ้นที่นั่น
ทำให้ผู้มาขอหวยส่วนใหญ่จะต้องปีนบันไดไม้ไผ่ลงไปบริเวณโคนต้นโพธิ์
จุดธูปอธิษฐานขอเลขเด็ด "สาธุ ขอเด็ดสักงวดด้วยเถอะ
จะได้มีตังค์ทำบุญสร้างกุศลใหญ่ๆ บ้าง"

*
ผู้คนส่วนใหญ่จะมาขอหวยในเวลาค่ำไปจนถึงดึกตามความสะดวก
มาตอนไหนก็ขอกันตอนนั้น มาดึกก็ด้วยหมายใจว่า
ใจจะยิ่งนิ่ง...สื่อไปถึงท่านได้ง่าย สิ่งของที่นำมาถวายแก้บน
นิยมใช้ผ้าแพรสามสี พวงมาลับ หมากพลู


ท่านผู้ต้องการขอหวยจากต้นโพธิ์ อ้อนวอนจงประนมมือทำใจให้เป็น สมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"สาธุ . . . มัยหัง ปุญญานุภาเวนะ สุขะเมว ภะวะตุ เต ตุยหัง ปุญญานุภาเวนะ สัพพะลาโภ ภะวะตุ เม"



6. ศาลเจ้าแม่งูจงอาง ถนนพระราม 2

ถ้าใครที่เคยผ่านไปผ่านมาแถวถนนพระราม 2
บ่อยๆอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงคำร่ำลือของชาวบ้านแถวนั้นถึงเจ้าแม่จงอางซึ่ง
เป็นเรื่องราว
สิ่งของงูจงอางแถวบันดาลลาภพิเศษลาภให้กับผู้ที่เคารพศรัทธาจนสร้างเป็น
ศาลให้กราบไหว้ขอพรในสิ่งที่ปรารถนา
โดยเฉพาะตัวเลขสำหรับการเสี่ยงโชคซื้อหวย


ชาวบ้านแถวนั้นบอกเล่าว่า จากการเริ่มทำถนนพระราม 2 ในขณะที่ทำถนนมาถึงหลัก
 กม.ที่ 5 ถึง 6 ได้เกิดอาเพทขึ้น
โดยกอบด้วยอยู่วันหนึ่งคนงานได้หลับไปแล้วไปฝันว่า เจ้าแม่จงอางมาเข้าฝันขอเวลา 7
วัน
เนื่องเดินทางตอนนี้กำลังท้องแก่ถ้ายังไงขอให้ออกลูกก่อนแล้วก็จะย้ายไปที่อื่น
 
เมื่อคนการทำงานฝันเช่นนั้นตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นมาสู่แล้วได้นำเรื่องราวทั้งหมดไปเล่า
 ให้กับหัวหน้าคนงานฟังหัวหน้าคนงานบอกปัดไปว่า
คงเป็นแค่ความฝันเป็นเรื่องธรรมดาคงไม่มีอะไร
หัวหน้างานคนนี้ได้ให้คนงานทำงานต่อระหว่างคนงานคนนี้ขับรถเพื่อเกลี่ยดิน
อยู่นั้นได้ถอยไปทับครอบครัวของเจ้าแม่งูจนเสียชีวิตทั้งหมด

ศาลเจ้าแม่งู

หวย ต่อมาบริเวณแถวนี้จึงเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำจนวันหนึ่งมีชาวบ้านได้ไป
เชิญ พราหมณ์มาประพฤติพิธีเพื่อสื่อกับกรรมวิญญาณของเจ้า แม่งูแล้วได้มีการถามว่า
 ทำไมพระองค์ถึงโกรธแค้นมาเอาชีวิตผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาแถวนี้
เมื่อได้ตั้งคำถาม ถามเจ้าแม่งูไปก็คำตอบกลับมาว่า
ท่านมีความโกรธแค้นที่มาประพฤติให้ครอบครัวของท่านเสียชีวิตเพราะก่อนหน้านั้นก็
บอกไแล้วแต่ไม่มีใครฟัง
ท่านแล้วจึงต้องการเอาชีวิตผู้คนให้มากกว่าที่พระองค์เสียไปการสื่อครั้งนั้นจึงได้
 ถามอีกครั้งว่า
แล้วจะให้ทำอย่างไรท่านถึงจะขาดหายโกรธแค้นกับสิ่งที่สูญเสียเจ้าแม่งูจงอางตอบ
 ว่า ขอให้สร้างศาลให้อยู่บริเวณที่เสียชีวิตตรงนี้
หากมีการสร้างศาลให้แล้วก็จะไม่ทำร้ายใครอีกแต่จะช่วยเหลือผู้คนเพื่อบำเพ็ญ
 ตนต่อไป ดังนั้น
คนธรรมดาจึงได้พากันตั้งศาลเจ้าแม่งูแห่งนี้หมายความว่าศาลไม้เพียงตาขึ้น

* ผู้ที่มาขอหวยและถูก
นิยมแก้บนด้วยการนำหุ่นงูมาถวาย รวมไปถึงไข่ไก่ เป็ด ไก่ หมู ชุดไทยบายศรี
ซึ่งถ้าสังเกตจากหุ่นงูที่เรียงรายอยู่ในศาลเจ้าแม่
ก็เชื่อว่าคงมีผู้โชคดีจำนวนไม่น้อย


ท่านผู้ต้องการขอหวยจากเจ้าแม่งูจงอาง ขอจงประนมมือทำใจให้เป็น สมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"อะหิวิจฉิกะสะตะปะที อุณณานาภีสะระภูมูสิกา สัพพะสัตตานุภาเวนะ สัพพะลาโภ ภะวะตุ เมฯ"



7. ศาลเจ้าพ่อเสือบางเขน

ศาลเจ้าพ่อเสือ บริเวณสี่แยกถนนรามอินทราซอยห้า ตัดกับพหลโยธิน 45
พอใกล้วันหวยออก จะกอบด้วยผู้ปุถุชนมากมายไม่มีใครนัดหมาย
รู้จักกันดีในนามนักเสี่ยงโชค เขาเหล่านั้นจะพร้อมอกพร้อมใจแห่กันไปที่นั่น
 บรรจงจุดเทียนธูปกราบไหว้ขอโชคลาภเลขเด็ดกัน

ศาลเจ้าพ่อเสือบ้างเขน

แม่นแค่ไหน ไม่ยากเลยที่จะพิสูจน์
ท่านสามารถสังเกตจากรูปปั้นเสือที่นำมาแก้บน วางเรียงรายกันตาม 2 ข้างถนน
แถมยังมีหนังกลางแปลงมาฉายที่ท้ายตลาดบ่อยครั้งเป็นการการันตี

*
การซ่อมบนนิยมเอาเนื้อหมูหรือเนื้อวัวสดๆ มาวางไว้ที่หน้าศาล
รวมทั้งภาพยนตร์ หุ่นรูปเสือมาวางไว้ หรือเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ
หลายรูปแบบตามที่บนบานศาลกล่าวเอาไว้


ท่านผู้แตะการอ้อนวอนหวยจากเจ้าพ่อเสือบางเขน อ้อนวอนจงประนมมือทำใจให้เป็น สมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ มะหาสัตตานุภาะวนะ สะทา ลาโภ ภะวะตุ เม"



8. ศาลพุ่มพวง ดวงจันทร์

ราชินีเพลงลูกทุ่งผู้ยิ่งใหญ่ พุ่มพวงขนองจากเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 13
มิถุนายน 2535 จึงได้มีการทำศาลขึ้นที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง
จ.สุพรรณบุรี ซึ่งต่อมาวัดนี้ก็กลายเป็นแหล่งอนุสรณ์สำหรับระลึกถึงเธอ
จนบางครั้งแทบจะเรียกแทนว่าวัดพุ่มพวง

พุ่มพวง





ช่วงแรกมีการนำหุ่นพุ่มพวงไปตั้งในศาลาการเปรียญวัดทับกระดานนั้น
ได้มีแฟนเพลงไปกราบขอหวยและถูกหวยหลายงวดติดต่อกันและได้มีการบอกเล่าแบบปาก
ต่อปากถึงความแม่นยำในเลขเด็ดของพุ่มพวง
ดวงจันทร์จนกลายเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยครั้ง เหตุนี้เอง
 บรรดานักเสี่ยงโชคจากทั่วทุกสารทิศจึงเดินทางมาขอเลขเด็ดจากพุ่มพวง
แทบจะทุกวัน

* เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา
 8.00 - 17.00 น. สำหรับสิ่งของแก้บนที่พุ่มพวงชอบและนิยมนำมาแก้บนได้แก่
ชุดไทย และดอกกุหลาบสีแดง
ส่วนวิธีขอหวยนั้นส่วนใหญ่จะใช้วิธีเขย่าเซียมซีและเอาเลขที่ได้จากไม้
เซียมซีเป็นเลขเด็ด


ท่านผู้ต้องการขอหวยจากศาลพุ่มพวง ขอจงประนมมือทำใจให้เป็น สมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"สัพพะสัตตานัง สุขุทายิกายะ ตุยหัง สัพพะ ปุญญานุภาเวนะ สัพพะลาพะสิริธะนัง ภะวะตุ เม"



9. รูปหล่อ ดร.ตั้ว พลานุกรม

ดอกเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งภูมิรู้และภูมิธรรม . . .ใหญ่เสมอตลอดกาล
อยู่ก็ช่วยเหลือผู้คนมากมาย ตายไปแล้วก็ยังช่วยคนที่ไปขอหวยไม่เคยขาด

รูปหล่อ ดร.ตั๋ว พลานุกรม

ท่านเป็นผู้ก่อตั้งองค์การเภสัชกรรม เพื่อความสุขทางกายของมวลมนุษย์
อนุสาวรีย์ของท่านตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าองค์การเภสัชกรรม ถนนพระรามหก
เยื้องโรงพยาบาลรามา
หลังจากมีกระแสข่าวว่าได้สร้างความเฮงให้กับพนักงานในองค์การเภสัชกรม 6 คน
ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งรวมกันกว่า 76 ล้านบาท
รวมทั้งพนักงานอีกหลายคนยังถูกรางวัลข้างเคียง
ทำให้มีประชาชนแวะเวียนเข้ามากราบรูปหล่อ ดร.ตั้ว พลานุกรม อย่างไม่ขาดสาย
ด้วยเชื่อมั่นในบารมี
ของท่านว่าจะบันดาลโชคลาภให้ถูกหวยและหายจากโรคภัยไข้เจ็บ

* เปิดเฉพาะวันจันทร์ - ศุกร์ นิยมแก้บนด้วยพวงมาลัยและเครื่องเซ่นไหว้ตามแต่ศรัทธา

ท่านผู้ต้องการขอหวยจากรูปหล่อ ดร.ตั้ว พลานุกรม ขอจงประนมมือทำใจให้เป็น สมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"ตุยหัง ปุญญะเตเชนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม สัพพะลาโภ ภะวะตุ เม"



10. ศาลคุณปู่ คุณย่า เมืองทอง

ท่านผู้เคยผ่านไปอาคารอิมแพ็ค อารีน่าเมืองทองธานี
และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี
คงคุ้นกับภาพฝูงรูปปั้นม้าลายหลายขนาดนับพันตัวตั้งเรียงรายอยู่บนทางเท้า
จากการที่มีประชาชนนำมาถวายในการแก้บนศาลคุณปู่คุณย่าเมืองทอง
ภายหลังจากสมหวังในสิ่งที่ตัวเองปรารถนาแล้ว หวย

ศาลคุณปู่ คุณย่า เมืองทอง

หากดูจากสิ่งของแก้บนแล้วยิ่งเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และน่าศรัทธา
ยิ่ง โดยเฉพาะบรรดานักเสี่ยงโชคที่เดินทางมาขอเลขเด็ด ไหว้ขอพร
ขอโชคกันตลอดทั้งวัน

* เปิดทุกวันตลอด 24 ชม.
ผู้คนนิยมแก้บนด้วยของเซ่นไหว้ เช่น ผลไม้ ขนมหวาน อาทิ ทองหยิบ ฝอยทอง
ร่มผ้าที่ใช้ในพิธีในพิธีแห่นาคมากางถวายเพื่อกันแดดฝน
ด้วยความที่ศาลตั้งอยู่ริมทางเดิน
โดยเฉพาะม้าลายปูนปั้นที่ชาวบ้านเชื่อว่าคุณปู่คุณย่าชอบมาก


ท่านผู้ต้องการขอหวยจากศาลคุณปู่คุณย่าเมืองทอง ขอจงประนมมือทำใจให้เป็น สมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบว่า

"อิมินา สักกระปูชาวะเสนะ สัพพะธะนะลาโภ ภะวะตุ เม"

นี่เป็นเรื่องราวสถานที่ขอพรอันศักดิ์สิทธิ์ที่ขึ้นชื่อทั้ง 10
อันดับที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ บูชาเพื่อขอพร ขอโชคของลาภ
ให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานตลอดจนขอให้ช่วยคุ้มครองชีวิตอยู่เย็นเป็น
สุข....โดยทั้งนี้ทั้งนั้นการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พึ่งทางใจ
เป็นเครื่องยืดเหนี่ยวจิตใจ เราไม่ส่งเสริมให้ท่านงมงายนะคะ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก http://horoscope.sanook.com/





เช็คดวงรายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือน  คลิก!





ดูดวง การงาน เงิน ดูดวงความรัก ดูดวงรายวัน ทำนายฝัน ดูดวงไพ่ยิปซี กราฟชีวิต
ทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้
 http://horoscope.sanook.com


ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!! www.facebook.com/sanookhoroscope





ผู้สนับสนุนหลัก:  แหล่งรวมผลิตภัณฑ์ ดูแล "ผิวขาว" เปล่งประกายออร่า : www.chivabeauty.com
สปาผิวขาว คอร์สผิวขาว คอร์สเจ้าสาว ดูแลผิวเองได้แล้วที่บ้าน 
ครีมหน้าใส ผิวขาว สำหรับเตรียมพร้อมผิวก่อนเป็นดารา นักร้อง นักแสดง  www.chivabeauty.com 

ติดตามอัพเดตผลิตภัณฑ์สำหรับผิวสวยของคุณได้ ตลอด 24 hr ผ่านทาง facebook fanpage 
facebook : http://www.facebook.com/chivabeautyshop 

"ครีมหน้าใส" อื่นๆ :ครีมนมข้าวครีมน้ำนมข้าวครีมกันแดดซิลิโคนครีมหน้าใสเซรั่ม ขาว ใส ยกกระชับครีมตัวขาวครีม เซรั่ม ใต้ตาเจล หน้าใส ยกกระชับ ปรับผิวขาวสบู่หน้าใสครีม เซรั่ม เจล ลดสิวบรรจุภัณฑ์สติกเกอร์ โลโก้ ครีมหน้าใสผิวขาว , ครีมหน้าขาว , ครีมนมผึ้งครีมน้ำนมผึ้งครีมสาหร่าย


กด Link(ถูกใจ) หน้า page ครีมสาหร่าย สีเข้ม สอบถามอัพเดตข่าวสาร ได้ที่ หน้า page นี้เลยนะค่ะ




พริตตี้ มอเตอร์โชว์ 2012 ----> ผู้สนับสนุนครีมสาหร่าย ครีมหน้าใส



ติดตาม ดูทีวีออนไลน์  ได้ 24 hr กับ  http://tv.sanook.com/


วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

Engage with the Top Social Networks to Promote Your Products, Increase Your Traffic and Grow Your Business

Manage Your Social and Blog Networks


With three power tools, WeOnTech submit and publish your marketing messages or your articles to the top 30 social and professional networks. View all supported social networks.


Manage Your Social and Blog Networks

 


Multiple Projects and Social Networks


WeOnTech's tools simplify and streamline your project and submissions.


Multiple Projects and Social Networks

Schedule Your Submissions


Write posts in advance and send them when it's best for your audience.


Schedule Your Submissions

 


Automate Your Submissions


Automatic submit and publish content from your RSS Feeds.


Automate Your Submissions

 


Integrated Spinner


Spin content before posting on the social networks using TheBestSpinner.


Integrated Spinner

 


www.WeOnTech.com